Marc Buckley

“หนทางหนึ่งที่สำคัญในการหยุดปัญหาโลกร้อนได้นั้นคือการปฎิรูประบบอาหารโดยการสร้างความมั่นคงทางอาหารทั่วโลกเพราะอาหารคือสิ่งที่เราต้องทานอยู่ทุกวัน เราจะไม่สามารถรอไปอีกสี่หรือห้าปีเพื่อหาทางแก้ปัญหา” กล่าวโดย มาค บัคลี่ (Marc Buckley) หนึ่งใน Global Speaker ของงาน SB’19 Oceans and Beyond ที่จะมาพูดในหัวข้อ “Why Foods Need Reform and Collaboration” และเสวนาภาคบ่ายกับเหล่าเชฟและผู้ประกอบการธุรกิจอาหารในหัวข้อ “Sustainable Seafood Manifesto”

มาค บัคลี่ (Marc Buckley) ตัวแทนหรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ UN ในเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development Goal), นักอนาคตวิทยาของ UN, สมาชิกผู้เชี่ยวชาญของ World Economic Forum ในเรื่องสภาวะโลกร้อนกับการทำเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่ม, นักปฎิรูปอาหารระดับโลก, ผู้ชนะเลิศของ Global Citizen ในการขับเคลื่อนสังคมให้สนับสนุนการขจัดความยากจนขั้นรุนแรง ผู้อำนวยการประจำประเทศเยอรมันและออสเตรียในโปรเจคสภาวะโลกร้อนของอัลกอร์ (Al Gores) รวมทั้งเป็นนักพูดระดับสากลในเรื่องวิกฤตโลกร้อน และนักอนาคตวิทยาในด้านความยั่งยืน

เป้าหมายของเขาคือการทำให้คนบนโลกกว่าพันล้านชีวิตได้มีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งด้านสุขภาพและมีความยั่งยืนโดยไม่ละเมิดขีดจำกัดความปลอดภัยของโลกซึ่งมีด้วยกัน 9 ลักษณะ ได้แก่ การทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปรากฏการณ์ทะเลกรด การเปลี่ยนแปลงระบบผืนดิน การใช้น้ำจืดแบบไม่ยั่งยืน การไหลของสารเคมีธรณีชีวภาพหรือการไหลของไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสู่ชีวมณฑล การเปลี่ยนแปลงของละอองในบรรยากาศ มลภาวะจากสารเคมีใหม่ และการลดลงของโอโซนในชั้นบรรยากาศ

โดยมาคกล่าวว่าอุตสาหกรรมเกษตร อาหารและเครื่องดื่มมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 13 ล้านล้านดอลล่าร์แต่มีการใช้เทคโนโลยีน้อย แรงานคนในอุตสาหกรรมมีการศึกษาไม่สูง มีลูกจ้างจำนวนมากที่สุดเป็นเพศหญิง ค่าจ้างแรงงานต่ำที่สุด ของเสียที่เกิดในอุตสาหกรรมมีการเติบโตแบบ exponential แถมมาด้วยประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม และก๊าซคาร์บอนจากการผลิต เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อุตสาหกรรมอาหารจึงเป็นอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุด และยังมีค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมเทียบกับกำไรของบริษัทนั้นสูงมากเป็นอันดับหนึ่งซึ่งมันไม่สมดุลกันเลย

เขาต้องการให้เกิดการปฎิรูปอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และเครื่องดื่ม ด้วยโปรเจคที่มีประสิทธิภาพผ่านบริษัทที่มีไอเดียที่น่าสนใจ มาคเป็นทั้งผู้สอนและนักพูดในงานอีเว้นท์ต่างๆ มาทั่วโลกเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนและการปฏิรูปอาหาร และยังคงสอนผู้ประกอบการทำธุรกิจให้มีการเติบโตแบบยั่งยืนมีภูมิคุ้มกันและสามารถทำกำไรได้

“เราจะต้องใช้นวัตกรรมเกี่ยวกับอาหารมาช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคนที่จะมาช่วยในการหาหนทางนั้นที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบเชิงระบบ”  ซึ่งตัวอย่างโปรเจคที่เป็นที่รู้จักดีของมาคมีชื่อว่า ALOHAS Resilience Foundation and the ALOHAS ECO-Center (www.adaptive-nutrition.com) ซึ่งมาคเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นทั้งซีอีโอเองด้วย โดย ALOHAS ECO-Center นั้นคือบริษัทที่ผลิตอาหารและเครื่องดื่มอย่างยั่งยืนซึ่งสามารถผลิตพลังงานในตัวได้โดยไม่ใช้พลังงานฟอสซิล ไม่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือขยะใด ๆ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นมาคยังให้คำปรึกษาบริษัทมากมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในบริษัทไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบที่ทันสมัย ผลิตภัณฑ์หีบห่อ ผลิตภัณฑ์ออแกนิคหรือวีแกน

ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมมานั้น มาคได้มีส่วนร่วมในบริษัทต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือธุรกิจครอบครัว และตัวมาคเองนั้นก็เป็นชาวสวนและเป็นทายาทรุ่นที่ห้าของธุรกิจออแกนิคเจ้าใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมัน และยังเป็นนักปฐพีวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญในการปลูกพืชอาหารสัตว์และพืชอาหารแบบไฮโดรโปรนิกรุ่นที่สามของทวีปยุโรป

“เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเครื่องดื่ม คือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาสำคัญของมนุษยชาติ” มาค บัคลี่กล่าว พบกับมาคได้ในงาน SB’19 Oceans and Beyond ในวันที่ 25-26 ตุลาคมนี้ที่จังหวัดชุมพร ซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้พร้อมส่วนลด 20% ก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม