อ่าวคราม ประมง พื้นบ้าน การท่องเที่ยว

เราขับรถลัดเลาะไปตามทาง ที่นำเราเข้าสู่พื้นที่ป่าชุมพร ถนนเริ่มแคบลงเรื่อยๆ เม็ดฝนทำให้ต้นไม้สองข้างทางดูเขียวชอุ่มยิ่งไปกว่าเดิม

เส้นทางลาดชัน ลัดเลาะ สลับเนินขึ้นลงสายนี้ นำเราเข้าสู่พื้นที่ “อ่าวคราม” หนึ่งในพื้นที่อนุบาลสัตว์ทะเลทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

ที่นี่เราได้พบกับหมู่บ้านชาวประมง ที่ยังใช้ชีวิตบนวิถีประมงพื้นบ้านดั้งเดิมเรียบชายฝั่ง โดยมีการท่องเที่ยว เป็นตัวชูโรง

“คนอยากมาที่อ่าวคราม เพราะอยากมาดูบามหมึก ถ้ามาที่อ่าวครามต้องได้บามหมึก เราก็เลยรักษาวิธีจับปลาหมึกแบบเดิมของเราไว้ได้ สัตว์ทะเลมีให้จับน้อยลง จากเมื่อก่อนมีหลายสิบบาม ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณสิบบาม”

บามหมึก คือรูปแบบการจับปลาหมึก โดยใช้ตาข่ายผูกกับเสากลางทะเล ลักษณะคล้ายกับการยกยอ โดยอาศัยแสงไฟจากตะเกียงล่อปลาเข้ามา แล้วปลาหมึกจึงมากินปลาในตาข่าย เป็นภูมิปัญญาที่ชาวบ้านอ่าวครามไช้มาหลายสิบปี

ด้วยกระบวนการที่ไม่เหมือนใคร บามหมึก กลายมาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยว มาสัมผัสประสบการณ์ “บามหมึก” ให้ได้สักครั้งในชีวิต

จริงๆ แล้วการบามหมึก ต้องใช้เวลาเกือบค่อนคืน เพื่อปล่อยให้หมึกมากินปลาที่เล่นไฟ แต่ถ้านักท่องเที่ยวมาบามหมึก ชาวบ้านจะเริ่มจุดโคมประมาณ 6 โมงเย็น สองสามทุ่ม ก็จะออกมายกบาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องทำกิจกรรมดึกเกินไป แต่ถ้าช่วงไหนไม่มีนักท่องเที่ยว ชาวประมงที่นี่ จะยกบามช่วงหลังเที่ยงคืนถึงตีสาม นี่คือวิถีชีวิตบางส่วน ที่ต้องปรับเปลี่ยน เพื่อสอดรับการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้อีกทางหนึ่ง

“พอมีนักท่องเที่ยวมา จากที่เราเคยทำประมงอย่างเดียว เราก็ได้รายได้เพิ่มจากโฮมสเตย์ด้วย พอมีนักท่องเที่ยวมา คนที่นี่ก็อยากรักษาประมงพื้นบ้านไว้ เพราะเป็นจุดขายของเรา”  ป้าพี ผู้นำชุมชนอ่าวครามเล่าให้เราฟัง ถึงวิธีผสานการทำท่องเที่ยวโดยชุมชน ให้สอดคล้องและช่วยอนุรักษ์ไว้ซึ้ง วิถีประมงพื้นบ้านอ่าวคราม

พอตกดึกได้เวลา เรือเล็กพาเราออกจากชายฝั่งไปไม่ไกลจากบ้านพักเท่าไร ช่วงเวลาค่ำคืนกลางทะเล โอบล้อมไปด้วยหน้าผาสูงชันของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เรือประมงลำน้อย ค่อยๆ วิ่งเข้าหาแสงไฟท่ามกลางความมืดมิด

ใจกลางแท่นบามหมึก เราเห็นปลาเล็กปลาน้อยมาเล่นไฟอยู่เต็มไปหมด ในขณะนั้นก็สังเกตได้ว่า มีปลาหมึกตัวใหญ่กำลังอ้อล้ออยู่กับกลุ่มปลาอย่างย่ามใจ

พี่เทพโดดจากเรือลำน้อยห้อยเตงอยู่บนเสาไม้ไผ่ ก่อนจะลงมือหมุนยอ ยก ปลา หอย และปลาหมึกติดตาข่ายขึ้นมาอย่างง่ายดาย

“วันนี้โชคดีนะครับพี่ได้ปลาหมึกตั้งสองตัว บางทีนักท่องเที่ยวมาไม่ได้หมึกสักตัว” พี่เทพ เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ ที่จับหมึกไม่ค่อยได้

“ไอ้โล้ มันจะคราดเอาไปเกือบหมดเลย มันคราดพวกสัตว์ที่อยู่ใต้ดิน มันขึ้นมาเน่าเหม็นหมดเลย ตายหมด” พี่เทพเล่าให้เราฟัง ถึงปัญหาเรือประมงอวนลากผิดกฎหมาย ที่จับสัตว์น้ำโดยการลากอวนไปกับพื้นใต้ทะเล ทำลายปะการังและแหล่งที่อยู่ของสัตว์น้ำ

ชาวบ้านอ่าวครามช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้เรือลากผิดกฎหมายเข้ามาในเขตใกล้ชายฝั่ง ยังดีที่อ่าวครามอยู่ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยาน ทำให้พื้นที่อ่าวครามยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้น เราตามพี่เทพลงเรือประมงลำเดิม ไปราวอวนปูกลางทะเลที่ไกลออกไป การราวอวนให้ดีต้องมีสองคนบนเรือ คนหนึ่งถือหางประคอง อีกคนราวอวล แต่บางคนประสบการณ์เยอะหน่อย ก็ราวคนเดียวได้ ประคองตัวเองให้ยืนบนเรือ ล้อไปตามคลื่นลมทะเล ราวอวนอยู่สักครึ่งชั่วโมง ก็ได้ปลา หอย ปู กุ้ง มาเต็มลำเรือ

“เมื่อก่อนจับปลาหมึก จับปูได้เยอะวันหนึ่งๆ เป็นสิบๆ กิโล ทุกวันนี้สัตว์ทะเลน้อยลง ปลาหมึกปีนี้แทบไม่มี สัตว์ทะเลที่จับได้ เอามาให้นักท่องเที่ยวที่มาพัก ก็แทบจะไม่พอแล้ว” ป้าพีเล่าให้เราฟังถึงสถานการณ์อ่าวครามที่แตกต่างจากเมื่อก่อน

ด้วยเหตุที่สัตว์ทะเลลดลงอย่างน่าใจหายในรอบสิบปีที่ผ่านมา ชาวบ้านอ่าวครามจึงเริ่มทำงานอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเล โดยมีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เป็นแรงหลักขับเคลื่อน

“เราเริ่มต้นจากทำกันเอง เห็นเขาทำกันที่ท้องตม ผมกับพ่อก็ไปดู ไปเรียนรู้มาทำบ้าง” โดม เด็กหนุ่มวัย 20 ปี ทายาทรุ่นที่ 2 แห่ง แดนโดมโฮมสเตย์ เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นงานธนาคารปู

“ที่นี่อาจารย์มหาวิทยาลัยเขามาวิเคราะห์แล้วว่า ค่าความเค็มของน้ำ และระดับน้ำ เหมาะสมที่จะให้ลูกปูเจริญเติบโต เราก็เริ่มจากขอรับบริจาคจับปิ้งไข่ปูนอกกระดอง จากชาวประมงละแวกนี้ เพราะยังไงปูที่จับมา ก็ต้องเป็นอาหารให้กับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว การเอาแต่จับปิ้งมา ช่วยประหยัดพื้นที่ในถังอนุบาล ถ้าเราเอาแม่ปูมาใส่ ได้แค่ถังละตัว แต่ถ้าเอาเฉพาะจับปิ้ง เราเพาะพันธุ์ได้ทีละ 4 จับปิ้ง เท่ากับเราขยายพันธุ์ปูได้รวดเดียว 4 เท่า”

โดมเล่าให้ฟังถึงความแตกต่างของงานธนาคารปูในแต่ละที่ ที่แปรผันไปตามวิถีชีวิต ให้เหมาะสมกับคนในพื้นๆ นั้นๆ

“นอกจากเราได้ทำกิจกรรมปล่อยลูกปู นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวก็จะได้รู้ด้วยว่า ความสำคัญของการอนุรักษ์ทะเล สำคัญอย่างไร บางคนเขาว่าเราหลอก ให้เอาน้ำเปล่าไปเทลงทะเลหรือเปล่า ด้วยที่ผมเรียนต้องทำงานกับแผงวงจร ผมก็เลยเอากล้องส่องขยาย มาส่องให้นักท่องเที่ยวดู ว่าในน้ำมีซูเอี๊ยะอยู่จริงๆ คนก็เข้าใจมากขึ้น ตอนนี้กำลังจะหาทางเพาะพันธุ์ปลาหมึก เพราะที่นี่ทุกคนมาก็อยากเห็นปลาหมึก กำลังหาวิธีอยู่”

ปัจจุบันชาวบ้านอ่าวครามทุกหลังคาเรือน เมื่อจับปูไข่นอกกระดองมาได้ ก็จะนำมาบริจาคให้กับธนาคารปูบ้านแดนโดมโฮมสเตย์ก่อนเป็นอันกับแรก

พอมีการท่องเที่ยวเข้ามา มีนักท่องเที่ยว มีรายได้ที่ไม่ต้องพึ่งพิงการประมงที่ทำยากขึ้นทุกวันเพียงอย่างเดียว ชาวบ้านอ่าวคราม ก็สามารถรักษาการทำประมงพื้นบ้านแบบดั้งเดิมไว้ได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปหาปู หาปลา แบบทำลายธรรมชาติ

วันที่เราไปปากน้ำชุมพร ไปบ้านน้องอุ้ม พอเรารู้ว่าอุ้มสามารถเพาะพันธุ์ปลาหมึกจากไข่แล้วปล่อยคืนสู่ทะเลได้ เรารีบโทรหาโดม แนะนำให้คนรุ่นใหม่ของชุมพรทั้งสองได้รู้จัก ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องงานอนุรักษ์ซึ่งกันและกัน

หัวใจเราพองโตขึ้นอีกครั้ง

งานสัมมนา SB’19 Oceans and Beyond ที่จังหวัดชุมพรในครั้งนี้คือการรวมตัวกันเพื่อการเรียนรู้และแบ่งปันความรู้ระหว่างนักคิดระดับโลกและนักทำระดับตำนานของบรรดานักสร้างแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบทางสังคม ไม่ใช่เพียงการมาให้ความรู้ แต่ทั้งมาเรียนรู้จากชุมชนด้วย จึงเป็นการบูรณาการที่สำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการมีส่วนพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ซื้อบัตร Early Bird พร้อมส่วนลด 20% ก่อนหมดเขตสิ้นเดือนสิงหาคมที่ http://go.eventpop.me/SB19