ผู้ใหญ่หรั่งผู้พิทักษ์แห่งทะเลชุมพร

 

“จริงๆ เรื่องในทะเลต้องดูแลตั้งแต่บนบก ณ วันนี้ถ้าจะให้ทะเลอยู่ได้ บนบกต้องดูแลด้วย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจากยอดเขา สุดท้ายจะไหลสู่ทะเล นั่นคือสิ่งที่จะทำให้ทะเลตาย”

เราเริ่มต้นคุยกับ “ผู้ใหญ่หรั่ง” อำพน ธานีครุฑ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 บ้านเกาะพิทักษ์ ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร นายกสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้ ในแนวความคิดของผู้ใหญ่ที่ว่า ทะเล คือ Sea Bank หรือธนาคารทางทะเล สำหรับทุกชีวิตบนโลกใบนี้

“คนทะเลพยายามรวบรวมองค์ความรู้ที่แต่ละคนมี มารวมกัน คิดร่วมกัน ทำร่วมกัน แล้วจึงทำเป็นระบบกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล” Sea Bank หรือธนาคารทางทะเล จึงไม่ใช่เพียงทรัพยากรทางทะเล สัตว์น้ำ ปะการัง แต่รวมไปถึงผู้คนที่อาศัยอยู่กับทะเล และคลังองค์ความรู้ ที่ทุกๆ คนมีร่วมกัน

เกาะพิทักษ์เป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะเลฝั่งอ่าวไทย มีชุมชนชาวเกาะพิทักษ์อาศัยอยู่ 190 ชีวิต อาชีพหลักคือการทำประมงพื้นบ้าน เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชน

“ทะเลเปรียบเสมือนบ้านของเขา เขาจะดูแลอย่างไรให้สะอาด ทำอย่างไรให้บ้านเขามีความสมบูรณ์ นั่นคือคนที่เกาะพิทักษ์”

ผู้ใหญ่หรั่ง เริ่มเล่าให้เราฟังถึงแนวคิด ที่กลายมาเป็นวิถีปฏิบัติร่วมกันของคนเกาะพิทักษ์ ซึ่งพัฒนามาเป็นการทำงานร่วมกันของคนทั้งชุมชน ทั้งเรื่องการจัดการการท่องเที่ยวชุมชน

การทำธนาคารปู การจัดการขยะครัวเรือน การทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหาร และที่สำคัญที่สุด คือการสร้างความยั่งยืนให้คนเกาะพิทักษ์แบบรุ่นสู่รุ่น ด้วยกระบวนการการท่องเที่ยวชุมชน

“คนเกาะพิทักษ์เป็นปราชญ์กันเยอะ เมื่อก่อนเขาจะเอาอาหารทะเลที่ขายไม่ทันมาแปรรูปและขนไปขาย ผลสุดท้ายไม่ค่อยสำเร็จ หลังจากนั้นจึงเอาการท่องเที่ยวเข้ามาเป็นเครื่องมือเมื่อปี 2536

พอคนมาเที่ยว เราไม่จำเป็นต้องขนของไปขาย เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อถึงที่ ก็ไม่ต้องเอาออกไปขาย ซึ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น ต้องดูแลสิ่งแวดล้อม ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และที่สำคัญสังคมต้องไม่แตกแยก สังคมต้องช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจของพ่อ ในหลวงรัชกาลที่ 9”

 

สิ่งที่ทำให้คนเกาะพิทักษ์เข้มแข็ง คือการสร้างกฎระเบียบร่วมกัน ช่วยกันดูแล เริ่มแก้ปัญหาจากการไม่โทษคนอื่น หาสาเหตุของปัญหาให้เจอ เอาสาเหตุทั้งหมดมารวบรวมเป็นข้อมูล คิดแก้ปัญหาร่วมกัน แล้วขับเคลื่อนทั้งหมดโดยใช้แนวคิดของชาวบ้าน

“ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดตั้งแต่ร้อนหนัก ฝนไม่ตก ผลสุดท้ายไม่ว่าปะการังฟอกขาว สาหร่ายในทะเลเริ่มเน่า แพลงตอนเริ่มหมด ดังนั้นคนเกาะพิทักษ์กำลังคิดว่า อย่างน้อยๆ เขาคิดอย่างไรให้พวกนี้ฟื้นให้ได้ คนเกาะพิทักษ์จึงคิดเป็นโครงการทะเลสะอาดบ้านเกาะพิทักษ์ ทำทุกปี ทำเป็นแผนพัฒนาโดยเกาะพิทักษ์ ปะการังเมื่อมันฟอกขาวแล้วมันตายด้วยน้ำมือมนุษย์ ทำไมเราจะฟื้นมันไม่ได้”

ผู้ใหญ่เล่าให้เราฟังอีกว่า หลังจากทำงานพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งแวดล้อมทางทะเลก็ดีขึ้น การประมงพื้นบ้านก็ทำแต่พอดี ใช้อวนตาห่าง จับสัตว์ จับปลาเล็กได้ ที่ยังไม่โตเต็มวัย ก็ปล่อยคืนสู่ทะเล ปูที่จับได้ ก็นำจับปิ้งไข่ปู มาอนุบาลเพื่อส่งคืนลูกปูกลับสู่ทะเล

ดูแลแก้ไขปัญหาน้ำเสียและขยะ โคลนที่เคยเน่า ก็สะอาดขึ้น ซึ่งหมายถึงแหล่งที่อยู่ของสัตว์น้ำอย่างปู กุ้ง หอย ปลาบางชนิด ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น จากที่ม้าน้ำเคยหายสาบสูญ ก็กลับมา เริ่มมีลูกปลาทู ลูกปลากระบอกให้เห็นในใต้ถุนบ้าน ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่บ่งบอก ว่าสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล กำลังดีขึ้น

นอกจากการพัฒนาสิ่งแวดล้อมร่วมไปกับการท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาคน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใหญ่หรั่ง ทำงานในส่วนนี้มาอย่างต่อเนื่อง

“เกาะพิทักษ์ทำงานแบบองค์รวม คิดร่วมกัน อย่างสูตรปลาเค็มฝังทราย ซึ่งเป็นอาหารแปรรูปชื่อดังของเกาะ ก็ต้องสอนทีเดียวให้จบ ปลา 1 กิโลต้องใช้เกลือเท่าไร จะขุดหลุมฝังแบบไหน สอนให้เป็นสูตรเดียวกัน แล้วแยกกันไปทำ ส่งต่อสูตรกันจากรุ่นสู่รุ่น รายได้ทุกอย่างหัก 3 เปอร์เซ็นต์เข้าส่วนกลาง ดูแลกันตั้งแต่เด็กจนตาย

สุดท้ายคนเกาะพิทักษ์ไม่ต้องทำทุกอาชีพ แต่ต้องมีรายได้ทุกอาชีพ ภูมิคุ้มกันที่พ่อสอนต้องมี นี่คือความยั่งยืนของเกาะพิทักษ์”

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ของเกาะพิทักษ์ หลังจากเรียนจบ ทุกคนก็เริ่มกลับมาที่เกาะ เพราะที่เกาะ มีอาชีพไว้รอรองรับ คือการท่องเที่ยวชุมชน พร้อมๆ ไปกับการคงไว้ซึ่งวิถีประมงพื้นบ้าน ที่ไม่ทำลาย ทั้งยังช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล

“บางครั้งคนก็คิดว่า คนทะเลกอบโกยโดยไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่นะ คนที่อยู่กับทะเลจริงๆ เขาอนุรักษ์ เขาดูแลกันจริงๆ”

ผู้ใหญ่หรั่งพูดประโยคนี้กับเรา ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นบทสนทนา

แม้จะยังไม่เห็นฝั่ง กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีทะเลเป็นบ้าน ก็ได้พยายามแหวกว่ายในมหาสมุทรไปพร้อมๆ กัน อย่างมีหวัง ทั้งหมดก็เพื่อจะให้ทุกๆ คน เข้าใจ ว่าทำไมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล จึงมีความสำคัญต่อโลกของเรา

ผู้ใหญ่หรั่งจะมาเป็นส่วนหนึ่งของงาน “แบรนด์ยั่งยืน Sustainable Brand 2019” ที่จะจัดขึ้น ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร