ป่าชายเลน โดยชุมชนบางสน

หลายๆ คนที่มาเที่ยวทะเลชุมพร หนึ่งในชื่อเสียงอันโด่งดังก็คือ การได้ถ่ายรูปแบบเป็นธรรมชาติ กับสัตว์ทะเล การได้เห็นภาพความสวยงามของทะเล ภาพความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเล กุ้ง หอย ปู ปลานานาชนิดที่ปรากฏอยู่บนสื่อต่างๆ

รู้ไหมครับว่า จุดเริ่มต้นความสมบูรณ์ของทรัพยากรหลายๆ ชนิด มาจากที่เดียวกัน คือ ป่าชายเลน

เรามีโอกาสพบกับ สมโชค พันธุรัตน์ ชาวบ้านนักอนุรักษ์แห่งคลองบางสน เจ้าของโฮมสเตย์บ้านไม้ชายคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เรามาที่นี่เพื่อทำความเข้าใจ ถึงความสำคัญของป่าชายเลน ที่มีผลต่อมหาสมุทร

“ผมทำอาชีพชาวประมง ดั้งเดิมทำอาชีพประมงมาตั้งแต่รุ่นปู่ มารุ่นพ่อ มาจนรุ่นผมก็ยังทำอยู่ แล้วก็ทำเรื่องท่องเที่ยวโดยชุมชุมด้วย ที่นี่คลองบางสน จะเป็นบริบทของเรื่องความหลากหลายของป่าชายเลน”

พี่โชค พาเราลงเรือไม้ลำเล็กเพื่อไปยังพื้นที่ป่าชุมชน ที่สองฝากฝั่งเต็มไปด้วยต้นจาก และนกนานาชนิด พี่โชคเล่าให้เราฟังว่า ป่าชายเลนนี้เอง ที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลขนาดเล็ก สัตว์หลายๆ ชนิดจะเข้ามาเพาะพันธุ์ วางไข่ เจริญเติบโต และกลับคืนสู่ทะเลในท้ายที่สุด

“มายุคนี้สัตว์ทะเลเริ่มจะหายากขึ้นเรื่อยๆ เราก็เลยมามองเห็นเรื่องของการอนุรักษ์ งานฟื้นฟูทะเลก็ดี ป่าชายเลนก็ดี เรามองเป็นภาพรวมของจังหวัดชุมพร เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ก็จะแบ่งงานกันทำ อย่างที่นี่เราก็จะดูเรื่องของป่าชายเลน เรามีแปลงป่าที่ไปปลูกป่าด้วยกัน นักท่องเทียวที่มาที่นี่ก็เหมือนกัน จะไปทำกิจกรรมร่วมกันกับชุมชนในเรื่องของการดูแลป่าร่วมกัน”

การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือของงานอนุรักษ์ ดังเช่นที่ผู้ใหญ่หรั่ง แห่งเกาะพิทักษ์ ได้กล่าวไว้ (อ่านได้จากบทสัมภาษณ์ผู้ใหญ่หรั่ง ผู้พิทักษ์ทะเลชุมพร) เมื่อมีการท่องเที่ยวเข้ามา ต้นทุนทางธรรมชาติเริ่มสร้างรายได้ให้กับพวกเขา ชาวบ้านเองก็จะเข้าใจ ว่าเหตุใดพวกเขาต้องอนุรักษ์ธรรมชาติ

“ป่าชายเลนที่นี่ทั้งหมดสองริมฝั่งคลองของคลองบางสน ป่าสมบูรณ์อยู่ที่ 525 ไร่ ทำมา 6 – 7 ปี ตอนนี้เราได้ป่ากลับคืนมา 1 แปลง 125 ไร่ กลายเป็นป่าชุมชนที่สมบูรณ์ที่ชุมชนร่วมกันทำมา สิ่งที่ตอบกลับมาก็คือ ระบบนิเวศ หิ่งห้อยเยอะมาก เราได้เห็นหิ่งห้อยนับแสน นับล้านตัว ที่กลับคืนมายังคลองบางสน จากเมื่อก่อนเคยมีแล้วหายไป ผนวกกับในเรื่องนกพื้นถิ่น นกป่าชายเลนก็เยอะขึ้น”

คนชุมพรถ้าไม่ขี้เกียจ พวกเขาไม่อดตาย หนำซ้ำยังสามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ ได้อย่างสุขสำราญอีกเสียด้วย พี่โชคเล่าให้เราฟังว่า  คนที่นี่หาหอยพู่กันเป็นอาชีพ จนสามารถส่งลูกเรียน จบปริญญาตรี ปริญญาโท เลยทีเดียว

“สิ่งที่มีอยู่ หล่อเลี้ยงวิถีคนริมคลอง ก็คือเรื่องของหอยพู่กัน หอยพู่กันเป็นหอยตลับที่อยู่ในป่าชายเลน เอามาทำอาหารพื้นถิ่น เอามาแกงส้ม เอามาผัด เอามาลวกจิ้มได้ทั้งหมด เป็นสัตว์เศรษฐกิจของชุมชนที่นี่ บางคนเก็บหอยพู่กัน จนส่งลูกเรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโทเลยก็มี พวกเขาต้องอาศัยป่าชายเลนผืนนี้ การที่เรามาเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ช่วยกันทำในด้านการอนุรักษ์ เราก็เอาเรื่องท่องเที่ยวมาเป็นเครื่องมือ เราก็มองว่า เราดูแลต้นไม้ มันสามารถจับต้องได้ และกินได้ เราไม่ได้ตัดต้นไม้ขาย แต่เราให้คนเข้าใจเรื่องบริบทของป่าชายเลนที่นี่”

วิธีการทำงานอนุรักษ์โดยใช้การท่องเที่ยวมาเป็นเครื่องมือของชาวคลองบางสนก็คือ การผนวกกิจกรรมอนุรักษ์อย่างการปลูกป่าชายเลน การเก็บขยะจากแม่น้ำ ทะเล เข้าไปกับกิจกรรมของนักท่องเที่ยว

“เราปลูกป่า เราให้องค์ความรู้ในเรื่องขยะ เรื่องของการไม่ตัดต้นไม่ทำลายป่า เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้ว ถ้าไม่เป็นป่าที่ถูกบุกรุก ถ้าเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เราไม่ต้องไปปลูกด้วยซ้ำไป แค่ทุกคนไม่ทำลาย เขาก็จะปรับคืนสภาพของตัวเองได้”

“ป่าชายเลนเป็นส่วนสำคัญของการอนุบาลสัตว์น้ำเลย ที่นี่เป็นที่หลบภัยและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ป่าชายเลนคลองบางสน ช่วงน้ำตื้นสุดก็ลึก 2 – 3 เมตร อีกทั้งต้นโกงกางที่เห็นรากระโยงรยางค์ จะเป็นตัวกรอง บำบัดน้ำเพื่อให้น้ำตกตะกอน ป่าชายเลนคลองบางสนจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำที่สมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของชุมพร”

แทนที่จะมานอนพักผ่อนกายใจอย่างเดียว ชาวบ้านที่นี่ก็เลยให้นักท่องเที่ยว ร่วมทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมไปอีกทางหนึ่ง เรียกได้ว่า สนุกจากการทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำไปด้วย ได้ประโยชน์ให้กับชุมชนไปด้วย

“ตอนนี้ 8 อำเภอของชุมพร เราเชื่อมโยงกันถึงทั้งหมด แล้วก็ทำการจัดการด้วยกัน ซึ่งมองเห็นสิ่งที่มันกลับคืนมา ปลาที่เคยหายไปกลับคืนมา ที่สำคัญก็คือเรื่องกระบวนการคน ที่เข้าใจในเรื่องของการจัดการทรัพยากรมากขึ้น”

“เมื่อก่อนพอพูดถึงงานอนุรักษ์ ทุกคนก็จะหันหลังให้เลย ทุกคนกลัวเรื่องทำมาหากินไม่ได้พอเรื่องอนุรักษ์ลง จริงๆ มันคืออนุรักษ์โดยชุมชน เราจัดการโดยชุมชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ชุมชนต้องทำก็คือ ดูเรื่องวิถี ดูแลเรื่องทรัพยากร ที่มันจะเป็นแหล่งอาหารให้กับเรา ตลอดชั่วลูกชั่วหลาน และนี่เป็นสิ่งสำคัญ”

สิ่งสำคัญที่สุดของงานอนุรักษ์ทรัพยากรและความยั่งยืนคือ คน คนที่อยู่ คนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย คนที่เข้ามาใช้ประโยชน์ เข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ถ้าคนทั้งหมดที่มีส่วนร่วมนี้เข้าใจ และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า มหาสมุทรที่อุดมสมบูรณ์ ก็ยังจะอยู่กับเราต่อไป ตราบชั่วลูกชั่วหลาน