ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ปากน้ำชุมพร

ในทุกๆ วัน ซูเอี๊ยะเป็นแสนๆ ตัว จะใช้ความพยายามทั้งหมดที่พวกมันมี เอาตัวรอดจากสัตว์ทะเลนานาชนิด เพื่อเติบโตมาเป็นปูม้าตัวใหญ่ๆ โลดแล่นอยู่ในธรรมชาติของมหาสมุทร

ซูเอี๊ยะ คือตัวอ่อนของปูม้า ที่คนชุมพรพยายามช่วยเหลืออุ้มชู ในวิถีทางของพวกเขาเองที่แตกต่างกันออกไป

ชีวิตชาวประมงเริ่มตั้งแต่เช้า ตั้งแต่ยังไม่มีแสงสว่าง ราวตีสาม ตีสี่ พวกเขาจะลงเรือเล็กของตัวเอง ออกไปทะเลเพื่อราวอวนที่ไปวางไว้ ตั้งแต่สอง สาม วันที่แล้ว

“เมื่อก่อนเคยจับปูม้าได้ใหญ่ขนาดที่ว่า กางก้ามปูต่อกันสามตัว สูงกว่าหัวคน เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วรุ่นแบบนั้น” น้าอ้นชาวประมงปากน้ำชุมพรเล่าให้เราฟัง เรื่องความสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลชุมพร

น้าอ้นอยู่ชุมพรมาตั้งแต่อายุได้ขวบเดียว เรียกได้ว่าเป็นชาวชุมพรไปแล้วก็ว่าได้ น้าอ้นเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนผู้คนใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรกันอย่างเดียว แบบที่เรียกว่าไม่ได้คิดถึงอนาคต เพราะจับสัตว์ทะเลได้มาก มากจนไม่คิดว่าจะหมด สิ่งที่ดีที่สุดที่น้าอ้นสามารถทำได้ คือปลูกฝังแนวคิดอนุรักษ์ ให้กับคนรุ่นใหม่

“มีอยู่วันนึง อุ้มออกไปทะเลกับพ่อ ไปราวอวนที่วางไว้เมื่อสามวันที่แล้ว พอสาวขึ้นมา ไม่มีปูติดขึ้นมาเลยสักตัว เราก็เลยคิดว่า จะทำยังไง ให้ปูกลับมา ก็เลยคิดทำธนาคารปูม้ากัน”

น้องอุ้ม เด็กสาววัย 23 ปี ลูกสาวคนโตของน้าอ้น ปัจจุบันเป็นแกนนำของชุมชนปากน้ำชุมพร ทำงานอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ผ่านชมรมที่ใช้ชื่อว่า ชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร

อุ้มเลือกที่จะเรียนปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อ่านหนังสือที่บ้าน แล้วไปสอบที่กรุงเทพฯ เพราะไม่ต้องการทิ้งธนาคารปู ที่เธอคอยประคบประหงมดูแลทุกวันไป

“เช้าก็จะมีงานเปลี่ยนน้ำ ดูแลออกซิเจนปู แยกลูกปู ช่วงบ่ายไปส่งปูให้กับลูกค้า ตอนเย็นเอาซูเอี๊ยะไปปล่อยที่ทะเล ถ้าวันไหนฝนตก พายุเข้า ก็ไปปล่อยไม่ได้ แต่ถ้าดึกๆ คลื่นลมสงบ บางทีก็ออกไปปล่อย เพราะต้องหิ้วน้ำทะเลกลับมาที่บ้านไว้ให้ปูด้วย” อุ้มเล่าให้เราฟังถึงกิจวัตรประจำวันของการทำธนาคารปู ที่ต้องคอยใส่ใจ และจดบันทึกพฤติกรรมวงจรชีวิตปูตลอดเวลา

การเพาะพันธุ์ปูในแต่ละพื้นที่ของชุมพร มีกระบวนการแตกต่างกันออกไป ตามความเหมาะสมและวิถีชีวิต อย่างของชุมชนปากน้ำชุมพร การเพาะพันธุ์ปูม้า เป็นการจับแม่ปูมาทั้งตัว ใส่ถังที่ให้ออกซิเจนเลียนแบบคลื่นลมทะเล

แล้วรอจนกว่าแม่ปูจะ “เขี่ยไข่เองตามธรรมชาติ” เพื่อสามารถนำแม่ปูกลับสู่ทะเล ไปสร้างไข่ได้อีก

ส่วนชุมชนที่ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ ชาวประมงจะจับปูไปขายให้กับโฮมสเตย์โดยตรง พวกเขาจึงแกะเฉพาะ “จับปิ้ง” ที่มีไข่นอกกระดอง ไปบริจาคให้ธนาคารปู แล้วจึงนำตัวปู ส่งขายให้กับโฮมสเตย์เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวต่อไป

สำหรับคนที่ปากน้ำชุมพร สัตว์ทะเลจำพวก ปู ปลา ปลาหมึก เป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกๆ คน เพราะถ้าไม่มีสัตว์น้ำให้จับ ก็ไม่มีรายได้ คนที่นี่หลายๆ คน จึงเริ่มเห็นความสำคัญของธนาคารปู และช่วยกันนำแม่ปูไข่นอกกระดองที่จับได้ มาบริจาคให้ธนาคารปูของชมรม

“เมื่อก่อนคนจะคิดว่าถ้าเอาไข่ออกจากตัวปู ปูจะมีน้ำหนักที่น้อยลง พอเอาไปขาย ก็จะได้ราคาไม่ดี แต่พอปูเริ่มไม่มีให้จับ บางคนคิดว่าเป็นที่ลม ที่สภาพอากาศ เราไม่ได้คิดอย่างนั้น อย่างเดือนกรกฏาคมถึงสิงหาคม จะมีลมใต้ แต่พ่ออุ้มเรียกลมตาย คือตายกันหมด หากินไม่ได้ ไม่มีปูให้จับ แต่มาปีนี้หลังจากเราปล่อยปูกันทุกวัน ตอนนี้มีปูให้จับเต็มไปหมด เมื่อเช้าลุงเปี๊ยกได้ปูมาสิบห้ากิโล”

อุ้มเล่าให้เราฟังถึงการเปลี่ยนแปลงของจำนวนปูม้าในทะเล หลังจากหลายๆ คนเริ่มหันมาสนใจ และร่วมมือร่วมใจกันดูแลปูม้าชุมพร

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหัวใจนะ ต้องมีใจมาก่อน ถ้าทุกคนเอาแม่ปูมาให้เพราะได้เงิน โดยที่ไม่เข้าใจอะไรเลย เอามาให้ไปอย่างนั้นเอง งานอนุรักษ์ก็ทำไปได้ไม่นาน”

อุ้มพูดให้เราฟัง ด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและมีความหวัง

ปัจจุบันธนาคารปูเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชุมพร ด้วยการสนับสนุนทั้งด้านความรู้ แรงกำลัง และทุนทรัพย์ จากหลากหลายหน่วยงานแทบทุกภาคส่วนที่ลงมาทำงานสนับสนุนในพื้นที่ รวมทั้งทุกแรงกำลังของชาวชุมพร

ถ้าซูเอี๊ยะคือตัวอ่อนของปู ที่ชาวชุมพรฝากความหวังให้เป็นอนาคตของแหล่งอาหารมหาสมุทร

คนรุ่นใหม่ที่ถูกปลูกฝังการอนุรักษ์และความเข้าใจด้านทรัพยากรมหาสมุทรแบบอุ้ม ก็เปรียบได้กับอนาคตของชุมพร

หลายๆ คนพูดว่าทะเลชุมพร เป็นทะเลที่อุดมสมบูรณ์กว่าทะเลที่อื่น หลายๆ แหล่งข้อมูลบอกว่า ชุมพรเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีชายหาดยาวที่สุดในประเทศ

ทั้งหมดทั้งมวลจะสิ้นความสำคัญลงทันที ถ้าที่นี่ ขาด “หัวใจ” ที่กล้าแกร่งของชาวชุมพร