Exploring Leadership for the Good Life, Bhutan

 

Gross National Happiness, or GNH, is a holistic and sustainable approach to development, which balances material and non-material values with the conviction that humans want to search for happiness. The objective of GNH is to achieve a balanced development in all the facets of life that are essential; for our happiness. The Sustainable Brands Thailand, in partnership with the GNH Centre Bhutan (GNHCB), is hosting an exclusive Leadership Summit from 11-15 September 2017 on the theme, “Exploring Leadership for the Good Life”. It is designed for international business leaders to explore the integration of GNH values and practices into their organizations.

Gross National Happiness (G.N.H.) concept is similar to Thailand’s Sufficiency Economy philosophy, conceived by HM King Bhumibol Adulyadej (Rama IX) as an alternative model for sustainable development and social change. Sufficiency Economy provides an approach for happiness development by improving human mind. Happiness starts from developing an ability to become self-dependent to satisfy own needs. With the Middle path practice and ethics, human will use resources efficiently and ethically because Sufficiency Economy places importance of the future needs and sustainability of all beings. Therefore, it takes broader and long-term perspectives of development.

President and patron of GNHCB, Her Royal Highness Princess Kesang Choden Wangchuck, said “The transformation of the Bhutanese nation into a GNH society of citizens, families and communities that are economically sustainable, ecologically responsible, socially harmonious and spiritually content can only happen when it is the people themselves who understand, and want GNH more than our policy makers and thinkers.”

Executive director of GNHCB, Saamdu Chetri (PhD), said “If we destroy part of the nature, directly or indirectly we destroy ourselves. If businesses could get closer to being part of nature, then they are going to look after it.”

“If we cannot bring transformation in how we do business in the world, we will not bring a good world for our children and great grandchildren.”

Saamdu Chetri said “the summit is also expected to bring change in the business leaders, not only in themselves, but also in conducting their businesses to become leaders in the world. People tend to look for happiness in external things, but that it is not happiness, but luxuries. Happiness then becomes time bound, you feel happy in that moment and then you want something more.”

ภูฏานเป็นประเทศเดียวในโลกที่วัดความเจริญของประเทศด้วยหลักการ “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” หรือ Gross National Happiness (GNH) โดยยึดหลักว่าการพัฒนาสังคมมนุษย์ที่แท้จริงเกิดจากการพัฒนาทางด้านวัตถุและจิตใจควบคู่กันไป โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ประชากรทุกคนมีโอกาสพบความสุขได้อย่างเท่าเทียมกัน วันที่ 11 – 15 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา Sustainable Brands Bangkok และ GNH Center ได้จัดการประชุมสุดยอดผู้นำในหัวข้อ “Exploring Leadership for the Good Life” ขึ้น ณ ประเทศภูฏาน เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงและนักธุรกิจชั้นนำของไทยได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีนำหลักการ “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” มาใช้กับธุรกิจ โดยการเรียนรู้ในพื้นที่เพื่อมองหาวิธีการหรือแนวทางในการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและวัฒนธรรมองค์กร

หลักการ GNH นี้สามารถเชื่อมต่ออย่างพอดีกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงวางรากฐานเหล่านี้ไว้ให้ประชาชนไทยมานานแล้ว ด้วยการทำสิ่งที่พอดีกับตัวเองอย่างพอประมาณ เมื่อเข้มแข็งก็สามารถแบ่งปันให้คนอื่นในสังคมต่อได้ เพราะความสุขที่เกิดขึ้นต้องเป็นความสุขแบบมวลรวมไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง โดยมาตรวัดความสุขต้องมองมากกว่าแค่เรื่องของวัตถุ หรือแค่มิติของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ซึ่งในความเป็นจริงการเติบโตเหล่านี้ อาจเป็นการเติบโตที่ไม่มีคุณภาพเลยก็ได้

เจ้าหญิงเคซัง โชเดน วังชุก ประธานศูนย์มวลรวมความสุขประชาชาติ ประเทศภูฏานมีพระดำรัสว่า “การเปลี่ยนคนภูฏานให้เข้าสู่สังคมของความสุขมวลรวมประชาชาตินั้น ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสามัคคี และจิตวิญญาณที่มีความเข้าใจในเรื่องของความสุข”

Saamdu Chetri ประธานบริหารสูงสุดของ GNH center กล่าวว่า
“การทำลายธรรมชาติ เปรียบเสมือนการทำลายตัวเองเช่นกันไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ภาคธุรกิจควรมีส่วนร่วมกับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ช่วยดูแลรักษาธรรมชาติไปด้วยกัน ในโลกของสังคมวัตถุนิยมปัจจุบันไม่ว่าจะเรื่องกิน หรือเรื่องการบริโภคต่างส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเสมอ ถ้าธุรกิจไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ลูกหลานของเราก็จะไม่มีโลกที่น่าอยู่อีกต่อไป”

“การประชุมสุดยอดผู้นำครั้งนี้หวังว่าจะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ผู้นำธุรกิจไม่ใช่เพียงต่อตัวพวกเขาเองเท่านั้น แต่สามารถนำพาธุรกิจให้เป็นธุรกิจชั้นนำระดับโลกได้”

“คนเรามักจะมองหาความสุขจากภายนอก แต่นั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง มันคือความหรูหราฟุ้มเฟ้อ คนจึงมีความสุขเพียงแค่ ณ ช่วงเวลานั้น เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเริ่มมองหาความสุขใหม่ต่อไปเรื่อยๆ”



See More